sbo
sbobet

สิ่งที่ ‘ปีศาจแดง’ ต้องกล้าทำเพื่อลุ้นแชมป์

ฤดูกาล 2017/18 โชเซ่ มูรินโญ่ พา แมนยูลุ้นแชมป์ โดยการ คว้าอันดับ 2 ใน พรีเมียร์ลีก แม้จบฤดูกาลมีคะแนนตามหลัง แมนฯ ซิตี้ 19 คะแนน และได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แถมเข้าชิง เอฟเอ คัพ แค่พลาดท่าแพ้ เชลซี ในรอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาลต่อจากนั้น มูรินโญ่ อยู่ได้เกือบครึ่ง แต่โดนปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามารับตำแหน่งหลังผ่านกลางเดือนธันวาคม 2018 การจบเป็นอันดับ 6 จึงถือว่าเป็นผลงานไม่เต็มหน่วย

ครึ่งซีซั่นแรกที่เข้ามา โซลชา พาทีมจบเป็นอันดับ 6 จากนั้นในฤดูกาล 2019/20 จบเป็นอันดับ 3 ถัดมาด้วยอันดับ 2 และในฤดูกาล 2021/22 นี้ ถึงเวลาหรือยังที่เขาจะพาทีมคว้าแชมป์ หากว่ากันด้วยพัฒนาการที่เป็นขั้นตอน

ซีซั่น 2019-20 โซลชา พาทีมจบอันดับ 4 แน่นอนว่าดีกว่าอันดับ 6 แต่ไม่ใช่ขั้นตอนที่ก้าวหน้าหากเทียบกับอันดับ 2 ของอดีตกุนซือจากโปรตุเกส ดังนั้นฤดูกาลที่กำลังจะเริ่มต้นจึงเป็นไปได้ที่จะไม่ก้าวหน้า หากตกอันดับลงมาบ้างก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ และมีข่าว เงื่อนไขการ ปลดโซลชา หลุดออกมา

แต่การทุ่มเงินซื้อทั้ง จาดอน ซานโช และ ราฟาแอล วาราน เป็นสัญญาณว่าบอร์ดบริหารหนุนหลังนายใหญ่ชาวนอร์เวย์เต็มที่ ต่างจากซัมเมอร์ 2018 ที่ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ได้เพียง เฟร็ด และ ดิโอโก้ ดาโลต์ 2 คนรวมกัน 72 ล้านปอนด์ (2,880 ล้านบาท)

ดูเหมือนทุกอย่างเตรียมการไว้อย่างดี ได้ตัวรุกที่ต่อรองมานาน 2 ปี ต่อสัญญากับ เอดินสัน คาวานี่ ที่ยังยืนระยะได้เกินวัย ทำประตูมากเป็นที่ 3 ในทีมรองจาก บรูโน่ เฟอร์นันเดส และ มาร์คัส แรชฟอร์ด เท่านั้น และปราการหลังที่สำคัญอย่างยิ่ง หากลงมาพร้อมกันก็แข็งแกร่ง

แต่ถ้าจำเป็นต้องขาดใครสักคน อีกคนก็ยังพึ่งพาได้ สิ่งสุดท้ายที่ต้องทำคือลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่ห่างไปนานนับตั้งแต่ไม่มีท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เช่นนี้แล้วมีสิ่งใดที่พวกเขาต้องสานต่อ ขอแนะนำ ทางเข้าสโบเบ็ตอัพเดทใหม่ ใช้งานได้จริง คลิกที่ลิงก์ ได้เลย

แมนยูลุ้นแชมป์ ต้องกล้าเป็นแชมป์

4 รอบรองชนะเลิศ และอีก 1 รอบชิงชนะเลิศ ด้านพัฒนาการถือว่าไปได้ดี แต่ด้านความสำเร็จว่างเปล่า และอันดับ 2 ไม่มีใครจำจด แต่ถ้า เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถพา ลิเวอร์พูล ไต่จากที่ 2 ที่ดีที่สุดไปเป็นแชมป์ ทำไม โซลชา จะทำไม่ได้

ถ้ายังจำกันได้ รอย คีน เดือดดาลกับความเห็นของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อดีตเพื่อนร่วมทีมที่กลายเป็นกุนซือไปแล้ว เมื่อ ยูไนเต็ด ไต่อันดับขึ้นมาในตารางคะแนนแต่ยังให้ความเห็นว่า ไม่ได้มองเรื่องแชมป์ ไม่มีนักเตะคนไหนแตกแถวเพราะพูดไปทางเดียวกันว่า เกมต่อเกม เล่นไปก่อนคิดทีหลัง มองในแง่ดีคือถ่อมตัว

แต่มองอีกแง่คือขาดความฮึกเหิม อหังการ ไม่มุ่งมั่นชัดเจนต่อเป้าหมาย ไม่กล้าบอกว่าเราทำได้ หรือเราจะแย่งแชมป์กับ แมนฯ ซิตี้ ที่รั้งจ่าฝูงแบบไม่มีร่วงตกในครึ่งซีซั่นหลัง

คำว่าเกมต่อเกมนี่เองที่ทำให้ทีมของ โซลชา จอดป้ายในรอบรองชนะเลิศ คาราวบาว คัพ และ เอฟเอ คัพ ไม่เว้น ยูโรปา ลีก 2019/20 ที่ตกรอบเพราะความเชี่ยวชาญเกมของ เซบีย่า แม้มีพัฒนาการล่าสุดที่เข้าชิงชนะเลิศกับ บียาร์เรอัล นำทัพโดยมือฉมัง อูไน เอเมรี่

แต่ทัศนคติถ่อมตัวนี่อาจเป็นความอ่อนด้อยที่ทำให้พวกเขาไม่ได้แชมป์อะไร หลัง มูรินโญ่ จากไป ไม่มีแม้รางวัลปลอบใจ ถึงเวลาหรือยังที่ทุกคนต้องลุกขึ้นยืดอก ประกาศเป้าหมายว่า แชมป์! ได้ไม่ได้ก็ว่ากันอีกที แต่ต้องมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างแรก

 

รักษาฟอร์มในบ้าน โดยเฉพาะบิ๊กแมตช์

เกมสุดท้ายในฤดูกาล 2020/21 มีแฟนบอลเข้ามาใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด 10,000 คน ฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึงอนุญาตให้แฟนบอลเข้ามา 30,000 คน ข้ออ้างเรื่องไม่มีเสียงเชียร์จะใช้ไม่ได้อีกต่อไป

สถิติเกมเหย้าของทุกทีมตกลงอย่างน่าใจหายใน 2 ฤดูกาลล่าสุดที่เกิดวิกฤตโควิด-19 ชัยชนะในบ้านเหลือครึ่งต่อครึ่ง เมื่อขาดความกดดันจากเสียงเชียร์ในสนามว่างเปล่า นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทุกทีมล้วนได้รับผลกระทบ

แต่ดูเหมือนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหามาก่อนหน้านั้นแล้ว ในซีซั่น 2018/19 7 เกมแรก โซลชา เข้ามาพร้อมชัยชนะรวด แต่เมื่อจรดปลายปากกากลายเป็นกุนซือถาวร ความดุดันลดลง

ฤดูกาลล่าสุด ลูกทีมของ โซลชา ชนะในบ้าน นับเฉพาะ พรีเมียร์ลีก 9 เกม ซึ่งใน 9 เกมนั้น ไม่สามารถทีมระดับท็อป 6 ด้วยกันได้เลย การเจอสโมสรระดับบิ๊กด้วยกันเสมอมีสกอร์บ้าง ไม่มีสกอร์บ้าง และแพ้ อัปยศที่สุดคือความพ่ายแพ้ต่อ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ของ มูรินโญ่ 6-1 ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ขณะที่ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ทั้งที่บุกไปเอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ได้ถึง ปาร์ค เดส์ แพรงส์ แต่กลับมาแพ้ในบ้าน และต้องร่วงลงไปเล่น ยูโรปา ลีก

 

แมนยูลุ้นแชมป์ ต้องเลิกพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัว

 

แผนการเล่นของ โซลชา ชัดขึ้นทีละน้อย แต่การแก้เกมยังเป็นเรื่องที่แฟนๆ คลางแคลงใจ เปลี่ยนตัวช้า เปลี่ยนตำแหน่งต่อตำแหน่ง ยูโรปา รอบชิงชนะเลิศกับ บียาร์เรอัล 11 ตัวจริงอยู่ในสนามนาน 100 นาที ถึงได้เปลี่ยนตัวครั้งแรก รออะไร… รอปาฏิหาริย์อย่างนั้นหรือ

ไม่ว่าจะรอบรองชนะเลิศรายการใดที่ โซลชา พาลูกทีมฝ่าฟันเข้าไปได้ ทั้งการเจอ เลสเตอร์ ในรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ หรือการเจอ บียาร์เรอัล ในรอบชิงชนะเลิศ หากเทียบตัวผู้เล่น นักเตะทุกตำแหน่ง ไม่มีตรงไหนที่เป็นรองเว็บ ทางเข้า pic5678 แม้แต่น้อย

แต่สิ่งที่ขาดๆ เกินๆ คือทีมเวิร์ค จังหวะของเกมในบางช่วงเวลาที่ไม่ลงตัว เครื่องร้อนช้า เริ่มต้นดีแต่นำแล้วสบายใจ วิ่งครึ่งแรก เฉื่อยครึ่งหลัง รอปาฏิหาริย์จากลูกยิงของ คาวานี่ หรือ บรูโน่ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น

มีระบบชัดเจน มีแผนรัดกุม และเลิกรอคอยการกลับมาด้วยจุดเปลี่ยนมหัศจรรย์ สถิติในฤดูกาลที่แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นรอง 17 ครั้ง แต่กลับมาทำแต้มได้ 31 คะแนน หรือชนะถึง 10 เกม มากกว่าทีมอื่นใดในลีกระดับท็อป 5 ของยุโรป ในแง่หนึ่งคือพวกเขามีความมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้

แต่ขณะเดียวกันก็ขาดความแน่นอน บางครั้งรักษาสกอร์ที่ขึ้นนำไม่สำเร็จ ตอนนี้ โซลชา รู้แล้วว่าแผนไหนที่ดีสำหรับนักเตะ ที่เหลือก็คือยึดมั่นกับแผน ขึ้นนำเร็ว ปิดเกมให้ได้ ฟังดูง่าย ทำได้ยากแต่ก็ต้องทำ และทำอย่างต่อเนื่อง

 

แมนยูลุ้นแชมป์ ควร บอกลา ยูโรปา ลีก

นับตั้งแต่ไม่มีท่านเซอร์ ยูไนเต็ด ต้องไปเล่น ยูโรปา ลีก 4 ฤดูกาล ด้วยฝีมือการทำทีมของ เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล กระทั่งซีซั่นแรกของ มูรินโญ่ ก็ยังพาทีมจบไกลถึงอันดับ 6 ไม่นับซีซั่นที่แล้วที่ตกจากรอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก

ถอยหลังกลับไปฤดูกาล 2018/19 โซลชา เข้ามาครึ่งตัว อันดับ 6 ทำให้ต้องไป ยูโรปา แต่ 2 ซีซั่นหลังจากนั้นจบเป็นอันดับ 2 และ 3 ในตารางคะแนน ได้พื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก ประวัติศาสตร์ของทีมคือการเป็นขาประจำในรอบน็อคเอาท์ พอมีโชคให้ไปได้ถึงรอบรองชนะเลิศ ไม่ใช่การจบอันดับ 3 ในรอบแบ่งกลุ่ม

ย้อนไปไกลกว่านั้นอีกนิด ฤดูกาล 2018/19 ที่ มูรินโญ่ พาทีมเข้ารอบน็อคเอาท์ไปแล้ว โซลชา มาสอนต่อ รอบน็อคเอาท์ นัดแรกแพ้ “เปแอสเช” ในบ้าน แต่ไปสร้างปาฏิหาริย์ที่ ปารีส เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือนที่มากกว่า แต่ไปแพ้ บาร์เซโลน่า แบบยิงไม่ได้ เพราะใช้ดวงหมด หรือขาดพลังที่จะสร้างปาฏิหาริย์ก็สุดคาดเดา แต่นั่นอาจเป็นขั้นตอนที่สะท้อนทุกสิ่งอย่างที่ควรทำ

มุ่งมั่น เชื่อมั่นว่าจะเป็นแชมป์ โดยไม่สนใจว่าคู่แข่งเป็นใครในสนามที่ทั้งสองฝ่ายมี 90 นาทีเท่ากัน เก็บชัยจากบิ๊กแมตช์ แสดงตัวว่ามีแผน มีทีมเวิร์ค และการเอาชนะเกมเหล่านี้มีผลในแง่จิตวิทยาเสมอ คงมีสักวันที่พวกเขาสามารถพูดได้อย่างเต็มปากในรอบชิงชนะเลิศหรือในเกมสุดท้ายที่ตัดสินแชมป์ “ไม่ว่าคืนนี้ผลจะเป็นอย่างไร พรุ่งนี้เราก็ตายตาหลับได้ เพราะเราต่อสู้อย่างเต็มที่แล้ว”