sbo
sbobet
PFA

เก่งสุดในรุ่น! ใครคือ 6 นักเตะที่คว้ารางวัล ‘PFA’ ได้สองสมัย

ประกาศกันไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ หรือที่เรียกย่อๆ ว่า PFA ซึ่งก็ไม่ได้พลิกโผเหนือความคาดหมายอะไรเพราะ เควิน เดอ บรอยน์ คว้าไปประดับบ้านได้สำเร็จ! สกู๊ปนี้จะมาดูกันว่ามีใครบ้างที่ได้รางวัลนี้ไป 2 สมัยกับรางวัลที่ถูกยกว่าที่สุดแล้วกับการเป็นนักเตะที่ประเทศอังกฤษ

 

มาร์ค ฮิวจ์ PFA

สโมสร : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ฤดูกาล : 1988-89, 1990-91

ฮิวจ์ เป็นนักเตะชื่อกระฉ่อนอย่างมากในยุคสมัยของเขาและแน่นอนว่าด้วยศักยภาพทำให้ บาร์เซโลน่า ซื้อตัวไปร่วมทีมด้วยราคากว่า 2 ล้านปอนด์ (สมัยนั้นถือว่าสูงมาก) แต่เขาก็ไม่ประสบความสำเร็จในสเปนก่อนจะโดนปล่อยยืมให้กับ บาเยิร์น มิวนิค แต่ก็เหลวเป๋าอีก

สุดท้าย “ปีศาจแดง” ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ซื้อตัวกลับมาด้วยสถิติสโมสรในช่วงเวลานั้นที่ 1.8 ล้านปอนด์ตอนฤดูกาล 1988-89 และ ฮิวจ์ ก็ตอบแทนความไว้วางใจด้วยการกดไป 16 ประตูในลีกและถึงแม้ว่า ยูไนเต็ด จะจบอันดับที่ 11 ของตารางเขาก็ได้โหวตให้คว้ารางวัล PFA นี้หลังจากกลับมาคืนฟอร์มได้อย่างยิ่งใหญ่

หลังจากนั้นในฤดูกาล 1990-91 ฮิวจ์ ก็ได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมอีกครั้งหลังจากเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ แมนยู คว้าแชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ พร้อมกับกระหน่ำไป 21 ประตูในทุกรายการได้อีกด้วย

 

อลัน เชียร์เรอร์

สโมสร : แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

ฤดูกาล : 1994-95, 1996-97

สุดยอดศูนย์หน้าตำนานตลอดกาลของทีมชาติอังกฤษและของทั้ง แบล็คเบิร์น กับ นิวคาสเซิ่ล อย่างเชียร์เรอร์สามารถคว้ารางวัลเกียรติยศนี้ได้กับทั้งสองสโมสรที่แฟนๆรักและเทิดทูนเขา ประดุจกับ เว็บพนันออนไลน์  sbobet asia ที่ดีที่สุด ในประเทศไทย

ในฤดูกาล 1994-95 คงไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากนักกับการที่เขากดไป 34 ประตูในลีกช่วยให้ “กุหลาบไฟ” คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่จนกระทั่งดาวยิงดีใจท่าเดียวจะเลือกย้ายไปอยู่กับ นิวคาสเซิ่ล ในฤดูกาล 1996-97

ปีนั้นเอง เชียร์เรอร์ ก็สามารถซิว ‘PFA’ ไปได้อีกสมัยด้วยการตะบันในฐานะแข้ง “สาลิกาดง” ไปถึง 25 ประตูในฤดูกาลแรกซึ่งมันเป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกันที่เขาคว้ารางวัลรองเท้าทองคำหรือดาวยิงสูงสุดของพรีเมียร์ ลีกได้นั่นเอง

 

เธียร์รี่ อองรี

สโมสร : อาร์เซน่อล

ฤดูกาล : 2002-03, 2003-04

นี่คือหนึ่งในโคตรตำนานพ่อค้าแข้งแห่ง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล และจนปัจจุบันนี้ว่ากันตามตรงยังไม่มีใครที่ก้าวขึ้นมาทดแทนหรือเทียบเคียงรัศมีของ อองรี ที่ทำเอาไว้กับสโมสรได้เลยแม้แต่เสี้ยว

ในฤดูกาล 2002-03 อองรี อาจจะสำเร็จแค่แชมป์เอฟเอ คัพกับอาร์เซน่อลแต่เมื่อมองสถิติส่วนตัวนั้นเขายิงไป 24 ประตูจากการลงสนาม 37 นัดไหนจะทำได้อีก 20 แอสซิสต์จึงไม่ได้เป็นเรื่องเกินเบอร์อะไรที่เขาได้รับเลือกให้คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้

ส่วนฤดูกาล 2003-04 เชื่อว่าเลขปีนี้สาวก ‘ปืนใหญ่’ หลายคนจำได้ไม่เคยลืมเพราะมันเป็นปีที่พวกเขาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก แบบไร้พ่ายและ อองรี ก็กระหน่ำซัดไปถึง 30 ประตูใน 1 ฤดูกาลได้อีกด้วย

 

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ PFA

สโมสร : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ฤดูกาล : 2006-07, 2007-08

หากจะมองว่าฤดูกาลไหนที่ทำให้ โรนัลโด้ เป็น โรนัลโด้ อย่างทุกวันนี้ได้นั้นคงบอกได้ว่าเป็นฤดูกาล 2006-07 นั่นล่ะที่เขาก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักที่ขาดไม่ได้ของ “ปีศาจแดง” เพราะในปีนั้นลีลาของ โรนัลโด้ สะเด่าเร่าร้อนจริงๆ

โรนัลโด้ ยิงเกิน 20 ประตูในทุกรายการต่อ 1 ฤดูกาลได้เป็นครั้งแรกในชีวิตและเขาก็ได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมและดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ ‘PFA’ ในคราวเดียวกันอีกต่างหาก

จากนั้นในฤดูกาล 2007-08 มาถึงจุดพีกที่สุดของเขาก็ว่าได้เพราะ โรนัลโด้ ได้ลิ้มรสสัมผัสการชนะ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นสมัยแรกของเจ้าตัวรวมถึงเขายังยิงได้ 42 ประตูจากการลงสนาม 49 นัดในทุกรายการให้กับ “ปีศาจแดง” อีกด้วย

เช็ค ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ล่าสุด <<< คลิก

 

แกเร็ธ เบล

สโมสร : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ฤดูกาล : 2010-11, 2012-13

จะว่ามาแหวกแปลกกว่าชาวบ้านเขานิดหน่อยสำหรับ เบล เพราะว่าเขาคือนักเตะที่ไม่ใช่ทีมระดับยักษ์ใหญ่เหมือนกับคนก่อนหน้าที่ก้าวขึ้นมาคว้ารางวัลนี้ได้ 2 สมัยแถมยังมีความเคลือบแคลงใจไม่เหมือนกับ เชียร์เรอร์ อีกด้วย

เพราะฤดูกาล 2010-11 เบล ยิงได้เพียง 7 ประตูจากการลงสนาม 30 นัดส่วนคนอื่นๆที่นอกเหนือจากนี้ก็มี ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ยิงได้ 20 ประตูและ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นแชมป์เท่ากับ คาร์ลอส เตเบซ ที่ยิงได้ 20 ประตูและนำ แมนฯ ซิตี้ ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วน เบล ไม่แม้แต่นำสเปอร์สไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เบล ก็สลัดคำวิจารณ์ในปีดังกล่าวในปี 2012-13 ด้วยการผงาดคว้าทั้งนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีและดาวรุ่งแห่งปีของ PFA ได้สำเร็จจากการที่เขายิงได้ 21 ประตูจาก 33 นัดใน พรีเมียร์ ลีก แต่ก็น่าเสียดายที่สเปอร์สได้แค่อันดับที่ 5 ชวดไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกด้วยแต้มห่างจากอาร์เซน่อลแค่ 1 คะแนนเท่านั้น ขอแนะนำ ทางเข้า sbobet asia ดีที่สุด คลิกที่ลิงกฺ์ได้เลย

 

เควิน เดอ บรอยน์ PFA

สโมสร : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ฤดูกาล : 2019-20, 2020-21

เพลย์เมคเกอร์ชาวเบลเยี่ยมก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัลนี้ได้ 2 สมัยติดต่อกันซึ่งหากพูดกันตามตรง เดอ บรอยน์ เองก็คู่ควรทั้งสองปีแม้ในครั้งล่าสุดจะมีคนเถียงว่า แฮร์รี่ เคน เองก็น่าจะได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่สัมผัสได้ของ แมนฯ ซิตี้ น่าจะกลายเป็นตัวแปสำคัญที่ทำให้ เดอ บรอยน์ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้โดยในฤดูกาล 2019-20 เขาทำได้ 13 ประตูกับอีก 20 แอสซิสต์ แม้จะได้แค่รองแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ก็ตาม

ส่วนล่าสุด เดอ บรอยน์ ก็นำ “เรือใบสีฟ้า” ได้แชมป์พรีเมียร์ ลีกพ่วงคาราบาว คัพพร้อมกับสถิติ 6 ประตูกับอีก 12 แอสซิสต์ และนั่นก็ทำให้เขาขีดเขียนประวัติศาสตร์ของตัวเองได้ในลีกสูงสุดของอังกฤษ

ติดตามอ่าน เรื่องราวที่น่าสนใจพรีเมียร์ ได้ใหม่สัปดาห์หน้า แล้วเจอกันครับ