sbo
sbobet
นักเตะที่ทำผลงานไม่คุ้มค่าตัว

ได้ไม่คุ้มเสีย! รวม นักเตะที่ทำผลงานไม่คุ้มค่าตัว ในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีก ก็จบลงไปแล้ว ข่าวดีคืออาจได้เห็นแฟนบอลเข้าสนาม แม้บางตาแต่ดีกว่าไม่มี ไม่เงียบเหงาอย่างที่เคย โค้งสุดท้ายใกล้เข้ามาทุกที แต่แม้ยังเหลือการต่อสู้อีกหลายนัดก็เชื่อว่า ทุกคนคงพอได้เห็นแววนักเตะยอดเยี่ยม ทั้งที่โดดเด่นออกมาและปิดทองหลังพระ ทำดีแบบเสียงไม่ดัง ใครคือ นักเตะที่ทำผลงานไม่คุ้มค่าตัว ไปดูกัน

เชลซี เจ้าของแชมป์ทีมช้อปปิ้งสูงที่สุดประจำซีซั่น 2020/21 มากกว่า 200 ล้านปอนด์ (8,000 ล้านบาท) ซื้อนักเตะหลายรายในราคาที่ทำให้ทีมเล็กๆ ได้แต่กุมใจ อกสั่น ดังนั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าพวกเขาจะเป็นทีมชั้นนำด้านผลประกอบการอันไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ในอีกมุมหนึ่ง นักเตะที่เสียงเบากว่าทำดีเงียบๆ คือผู้เล่นที่ทำได้ไม่ดีนัก ไม่ค่อยมีผลงาน แต่ชื่อที่ติดตัวมากับป้ายราคานั้นยังชัดเจน ทำให้รู้สึกว่าอาจไม่คุ้มค่ากับจำนวนเงินที่เสียไป จำนวนเกมที่เลหือน้อยลงเรื่อยๆ แม้บางคนอจคืนฟอร์มขึ้นมาบ้าง แต่ก็น้อยเกินจะเกลี่ยคะแนนให้ ทำให้พวกเขาอาจเป็นนักเตะชวนให้คิดบวกลบแล้ว ขาดทุน

 

ติโม แวร์เนอร์ (เชลซี) 52 ล้านปอนด์ (2,080 ล้านบาท)

ทันทีที่เซ็นสัญญาให้กับ เชลซี ชื่อของเขาทำให้แนวรับทั้ง พรีเมียร์ลีก เกรงกลัว แต่เมื่อเขาปรากฏกาย และเกมเดินไปเรื่อยๆ เขาก็ดูต่างจากศูนย์หน้าที่เคยถล่มประตูให้กับ ไลป์ซิค ด้วยสถิติล่าสุดที่ยิง 1 ประตูทุก 409 นาทีนั้นช่างยาวนาน ประมาณ 4-5 เกมจะยิงได้สักครั้ง หรือถ้าให้นับห้วงเวลา เขาเพิ่งยิงได้เพียงประตูเดียวใน พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2020

ไม่รู้จะโทษว่าเป็นความผิดของใคร แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ไม่มีแผนแน่ชัด ใช้งาน แวร์เนอร์ ทั่วทุกตำแหน่ง ริมเส้น กองหน้าตัวเป้า หรือเพลย์เมกเกอร์ พยายามเท่าไรก็เค้นฟอร์มออกมาไม่ได้ และเมื่อเจอการเปลี่ยนแปลงกลางฤดูกาล แม้มีคนมองโลกในแง่ดีมากมายกับการมาของ โทมสั ทูเคิ่ล ที่ฉุดให้ฟอร์มของทีมดีขึ้น แข็งแกร่ง แต่ฟอร์มส่วนตัวยังน่าเป็นห่วง

แนะนำเว็บพนันออนไลน์ แจก ฟรีเครดิตไม่ต้องฝากไม่ต้องแชร์ <<<คลิกเลย

 

แกเร็ธ เบล (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) ยืมตัวจาก เรอัล มาดริด

ไม่ว่าเหตุผลของการมาที่นี่สำหรับ เบล คืออะไร มาเพื่อกลับไปผงาดที่ เรอัล มาดริด หรือมาเพื่อย้ายกลับบ้าน มันก็ดูไม่ได้ประสิทธิผลนัก และไม่แน่ใจว่า 10 เกมที่เหลอืใน พรีเมียร์ลีก จากมากพอให้พิสูจน์ราคาค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ (12 ล้านบาท) หรือไม่ เพราะกว่าจะโชว์ฟอร์ม ฤดูกาลก็เหลือเพียง 1 ใน 3 แล้ว แถมยังเล่นไม่ออกในเกมใหญ่กับ อาร์เซน่อล

โชเซ่ มูรินโญ่ บอกหลังจบเกม นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ ว่ามีนักเตะคนสำคัญแอบซ่อนตัวเอง ก็ไม่ได้จะบอกว่าใครผิด เพราะในฐานะผู้จัดการทีม สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมต้องร่วมรับผิดชอบไม่ต่างกัน แต่มีคนที่ขาดความตั้งใจ ไม่ผ่านบอล ไม่เคลื่อนที่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับสภาพความฟิตที่พยายามเร่งให้ขึ้นมายาวนานหรือไม่ แต่เชื่อได้ว่า หลังจากการทดลองคืนถิ่น อาจเป็นเรื่องยากที่จะได้กลับบ้านอย่างถาวรกับผลงานเช่นนี้

อยากรวยต้องอ่าน สอนวิธี แทงบอลออนไลน์ แบบเจาะลึก มากที่สุด

 

ติอาโก้ อัลคันตาร่า (ลิเวอร์พูล) 25 ล้านปอนด์ (1,000 ล้านบาท)

หลังจากคว้าเทรเบิ้ลแชมป์กับ บาเยิร์น มิวนิค ความท้าทายในเยอรมนีของ ติอาโก้ คงหมดลง และเขาเดินทางมาที่อังกฤษ มีผู้คนมากมายคาดหวังกับการสร้างสรรค์ที่เขาน่าจะทำได้ เพราะเป็นกองกลางที่เหมาะกับสไตล์การเล่นของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ด้วยประสบการณ์กับทีมดังทั้ง บาร์เซโลน่า และความคุ้นเคยในฟุตบอลเยอรมัน

เขาเริ่มต้นไม่ดีนัก พลาดปรีซีซั่นที่ไม่มีอยู่จริง ติดเชื้อโควิด-19 ว่ากันว่าเป็นอาการที่จะทำให้ผู้เล่นเหนื่อยหอบไปอีกสักพัก แม้ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว แต่เมื่อได้ลงเล่น 15 เกมใน พรีเมียร์ลีก ของ ติอาโก้ ว่างเปล่า ไม่มีประตู ไม่มีแอสซิสต์ ไม่มีอะไรเลย และได้รับบาดเจ็บ ทำให้สภาพทีมโดยรวมที่น่าจะดีกลับไม่ดีขึ้น ขาดความมั่นใจ ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่เหนือคาดหมายเช่นกัน ด้วยวัย 28-29 ปี เขาอาจไม่ใช่กองกลางที่ฟิตปั๋ง วิ่งขึ้นลงได้ทั้งเกม แต่มาตรฐานก็ต่ำเกินไปสำหรับนักเตะที่ได้ 16 แชมป์จาก 7 ฤดูกาลที่ผ่านมา

 

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) 40 ล้านปอนด์ (1,600 ล้านบาท)

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครแน่ใจนักว่า ฟาน เดอ เบค มาทำอะไรที่นี่ เป็นดีลตกใจจากการไม่สามารถซื้อนักเตะเสริมทัพ และได้ตัวกองกลางชาวดัตช์มาแบบเฉียดเส้นตายให้เห็นว่า มีนักเตะใหม่เข้ามา แม้จนตอนนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่เคยกล่าวหาว่าร้าย มีแต่คำชื่นชม แต่เาเข้าจริง กุนซือชาวนอร์เวย์ยอมรับหรือไม่ว่าเขาเป็นนักเตะคนสำคัญ

จากจำนวน 11 เกมที่ลงสนามเป็นตัวจริงรวมทุกรายการ และสำรองอีก 15 เกมคำตอบก็คงชัดเจนในตัวมันเองอยู่แล้ว และยิ่งน่าแปลกประหลาดเข้าไปใหญ่เมื่อ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ มิดฟิลด์ตัวกลางที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นมิดฟิลด์ตัวรับกลับพัฒนาตัวเองขึ้นมาเล่นเพลย์เมกเกอร์เน้นเกมบุกได้ด้วย แต่ ฟาน เดอ บีค ยังเป็นสำรอง ท่ามกลางการแข่งขันอันหนาแน่นกับ เฟร็ด, เนมานย่า มาติช และ ปอล ป็อกบา

 

วิลเลี่ยน (อาร์เซน่อล) ฟรี

ดูเหมือนแข้งวัย 32 ปีได้รับความไว้วางใจพอสมควรจาก มิเกล อาร์เตต้า ในฐษนะที่มีประสบการณ์เคยได้แชมป์มากมาย ครบถ้วนกับ เชลซี เขาอาจไม่ใช่แนวรุกที่ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ละซีซั่นที่ แสตมฟอร์ด บริดจ์ ยิงได้เป็นเลขตัวเดียว แต่ฤดูกาลนี้ใน พรีเมียร์ลีก เมื่อเปลี่ยนสีเสื้อ เขายังไม่สามารถยิงได้เลยแม้แต่ประตูเดียว ขยายผลไปที่รายการอื่น 30 เกมรวมทุกรายการ เขาก็ยังยิงไม่ได้เลย จัดเป็น หนึ่่งใน จุดอ่อนอาร์เซน่อล

แต่ถ้าจะบอกว่าเขามีความสามารถด้านอื่น การจ่าย หรือการวิ่งทำทาง ทั้งหมดนั้นดูคล้ายจะไม่เกิดขึ้นมากนัก ถึงจะบอกว่าได้มาฟรี ไม่เสียอะไร แต่ค่าจ้างสัปดาห์ละ 200,000 ปอนด์ (8 ล้านบาท) นั้นก็มากเกินไป เมื่อเทียบกับผลงาน และเมื่อ อาร์เตต้า บอกว่า ทุกคนชอบคาแร็คเตอร์ของเขา ชอบนิสัยส่วนตัวของเขา นั่นก็ดูจะเป็นผลตอบแทนที่ไม่คุ้มเท่าไร

 

นาธาน อาเค่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) 40 ล้านปอนด์ (1,600 ล้านบาท)

ด้วยความคาดหวังอันยิ่งใหญ่ที่แบกมาจาก บอร์นมัธ เพราะเป็นนักเตะคนสำคัญ อายุไม่มาก เหนียวแน่น เป็นผู้เล่นที่อยู่กับทีมใหญ่ไม่เกิด จึงย้ายไปโชว์ฟอร์มในทีมเล็ก แต่เมื่อโอกาสที่ยิ่งใหญ่มาแวะเวียนเป็นครั้งที่ 2 สิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้แตกต่างจากตอนที่อยู่ เชลซี ฤดูกาลนี้แข้งดัตช์ลงสนาม เพียง 6 เกมใน พรีเมียร์ลีก รวมทุกรายการ 9 เกม สิ่งที่ทำให้เขาไม่ได้ลงเล่นนอกจากฟอร์มที่ดูติดขัดอาจเป็นเพราะอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อซึ่งประสบมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020

ถึงแม้ อาเค่ ลงเล่นไปเกิน 5 เกม สามารถรับเหรียญแชมป์ได้ หาก “เรือใบสีฟ้า” ไม่ร่วงหล่นจากตำแหน่งจ่าฝูง ยิงยาวไปจนจบซีซั่น แต่นี่คงไม่ใช่ฤดูกาลที่น่าจดจำของเขา ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับ รูเบน ดิอาส ที่รับการยกย่องและเป็นนักเตะคีย์แมนในแนวรับ เหมือนที่ เว็บพนันถูกกฎหมาย อย่างเป็นทางการ sbotop

 

ไค ฮาเวิร์ซ  (เชลซี) 89 ล้านปอนด์ (3,560 ล้านบาท)

นี่อาจเป็นอีกหนึ่ง นักเตะใหม่ ในโครงการที่ไม่ประสบความสำเร็จ และไม่รู้ว่าต้องโทษใคร ด้วยวัยเพียง 21 ปี เขายังมีปีที่ดีและอนาคตอันยาวไกลรออยู่ แต่มันแค่ยังไม่ใช่ในฤดูกาลนี้ และยิ่งค่าตัวสูง ความคาดหวังก็ยิ่งสูง แถมด้วยฟอร์มเก่าๆ กับ เลเวอร์คูเซ่น ยังติดตา ความกดดันที่แบกไว้จึงหนักหนายิ่งกว่า แวร์เนอร์ ซึ่งแม้ทั้งคู่ยังไม่คุ้มค่าเงิน แต่ แวร์เนอร์ ก็ยังมีอะไรให้พอผ่านตามากกว่า

21 นัดใน พรีเมียร์ลีก ผ่านไป ยังไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม เราอาจพูดได้ว่า ฮาเวิร์ซ กำลังพยายามปรับตัวกับซีซั่นแรกที่ต้องอยู่ไกลบ้าน และต่อสู้กับอาการบาดเจ็บ รวมถึงโควิด-19 ที่ได้รับเชื้อ แถมยังต้องรับการเปลี่ยนแปลงภายในทีมใหญ่ แต่ก็เช่นกัน การมาของกุนซือสัญชาติเดียวกันทำให้มุมมองบวกมีมากกว่าลบ และหากยังมีปีที่ดี แฟนๆ ก็เฝ้ารอคอยว่าปีหน้าเขาจะดีกว่านี้


อย่างไรก็ดี นักเตะที่ทำผลงานไม่คุ้มค่าตัว ไม่ใช่นมกล่องที่มีวันหมดอายุในปีหน้า สัญญาของพวกเขายาวไกลกว่านั้น และหากเป็นอย่างที่ใครๆ ว่ากันว่า อย่ามองจากผลงานเพียงฤดูกาลเดียว ค่าตัวราคาสูงกับอายุที่ยังไม่มากเมื่อเฉลี่ยการใช้งานที่ยาวนาน พวกเขาเหล่านี้มีความสามารถและมีคุณค่าในระยะเวลาหลายปีข้างหน้า ก็หวังว่ามันจะเป็นจริง