วิเคราะห์ จุดอ่อนอาร์เซน่อล หลังทำผลงานได้อย่างย่ำแย่

ประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้ว มีความเห็นไม่น้อยถึงทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ว่า หากไม่ปรับปรุงพัฒนา เขาอาจพาลูกทีมดำดิ่งสู่สถานะทีมตกชั้น ขณะเดียวกัน มีการเสนอทางแก้ ทั้งคำแนะนำให้ปรับปรุงแนวรุก และเปลี่ยนอะไรบางอย่างทั้งทางแท็คติกและการจัดการเพื่อให้นักเตะโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้น แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น อะไรคือ จุดอ่อนอาร์เซน่อล ไปดู

ความพ่ายแพ้ต่อ เอฟเวอร์ตัน 2-1 ในนัดที่ 14 ของฤดูกาล 2020/21 ทำให้ อาร์เซน่อล ออกสตาร์ทย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1974/75 พร้อมกับสถิติที่น่าทึ่งอีกมากมาย

4 เกมที่ผ่านมา อาร์เซน่อล เจอเสียงวิจารณ์อย่างหนัก เพราะยังไม่สามารถพาตัวเองขึ้นมาจากท้ายตาราง แม้ยิงประตูได้บ้าง แต่ก็ไม่มากพอสำหรับชัยชนะ คำถามจึงวกวนไปมาว่าอะไรทำให้พวกเขายังไม่ไปไหน ไม่ก้าวหน้า ไม่พ้นจากครึ่งล่างของตาราง ทั้งที่ช่องว่างกับทีมข้างบนไม่ได้มากมายใหญ่โต อะไรทำให้พวกเขายังยืนอยู่ที่เดิม

อยากรวย ต้องเลือกเว็บแทงบอลที่่เชื่อถือได้อย่าง nova88

 

สถิติย่ำแย่ยิ่งกว่าครั้งที่ เอเมรี่ โดนไล่ออก

วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2020 คือวันครบรอบ 1 ปีที่ อาร์เตต้า ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งกุนซือเต็มตัวครั้งแรก รับช่วงต่อจาก เอเมรี่ ที่ทำผลงานไม่ชนะ 7 เกมติดต่อกัน จากวันนั้นมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

อูไน เอเมรี่ มาพร้อมกับภาระบนบ่า เขาคือกุนซือคนแรกยุคหลังจาก อาร์แซน เวนเกอร์ อำลา ใครๆ ก็คาดว่าแชมป์ ลีก เอิง ที่เขาเคยติดมือมาจากฝรั่งเศสน่าจะช่วยอะไรได้ที่นี่ แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ทำไม่ได้ ยูโรปา ลีก ที่เขาเคยพา เซบีย่า คว้าแชมป์จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นของเคยๆ ก็พลาดท่าให้ เชลซี ในรอบชิงชนะเลิศ แต่ถึงอย่างนั้นการเริ่มต้นของ เอเมรี่ ก็ไม่แย่เท่ากับ อาร์เตต้า

34 เกมแรกใน พรีเมียร์ลีก “ปืนใหญ่” ภายใต้การนำทัพของกุนซือชาวสเปนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ใดกับฟุตบอลอังกฤษพ่ายแพ้ 8 นัด ขณะที่ผลงานล่าสุดหลังกลับจาก กูดิสัน พาร์ค อย่างไร้แต้มในเกมที่ 33 ของ อาร์เตต้า เขาพาลูกทีมแพ้ไปแล้ว 12 เกม

และหากยังไม่สามารถเอาชนะเกมถัดไป ซึ่งเป็นเกมใหญ่ ลอนดอน ดาร์บี้ กับ เชลซี ก็จะเป็นการแพ้นัดที่ 13 ซึ่งทำให้พวกเขาตกต่ำกว่าเดิม เพราะทีมยักษ์ใหญ่ร่วมเมืองกำลังแหกโค้งแพ้มา 2 เกมติด นัดที่รออยู่ในวันเปิดกล่องของขวัญอาจเป็นจุดเปลี่ยนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็เป็นไปได้

เทียบกันหมัดต่อหมัด 34 เกม เอเมรี่ ชนะ 20 เสมอ 6 แพ้ 8 คิดเป็น 66 คะแนน ขณะที่ อาร์เตต้า ชนะ 13 เสมอ 9 แพ้ 12 จาก 33 เกม 48 คะแนน

ครั้งที่เป็นผู้ช่วย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาร์เตต้า มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในการเคี่ยวเข็ญตัวริมเส้นทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ ลีรอย ซาเน่ ให้ทำเกมได้อย่างยอดเยี่ยม สวยงาม สร้างสรรค์โอกาสมากมาย และเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จระดับแชมป์

แต่เมื่อมาที่ลอนดอน การสร้างสรรค์เกมของ อาร์เซน่อล น่าผิดหวังอย่างยิ่ง ในจำนวน 33 เกมที่ยกมาเทียบกับ เอเมรี่ อาร์เตต้าทำให้เกิดประตู 42 เสีย 37 ประตู ขณะที่ทีมของ เอเมรี่ เสีย 43 มากกว่า แต่ก็ยิงได้ 68 มากกว่าเช่นกัน บวกลบ 25 ประตุไม่ใช่เฉียดฉิวจนน่าตกใจ

ฤดูกาลสุดท้ายของ เวนเกอร์ เขาพาทีมจบเป็นอันดับ 6 เมื่อ เอเมรี่ มาถึงกับฤดูกาลเต็ม เขาพาทีมจบที่ 5 น่าเสียดายที่เฉียดจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในอันดับ 4 ไปเพียงแต้มเดียว ไม่รู้เพราะเตรียมตัวชิงแชมป์ ยูโรปา หรือเปล่า 5 เกมสุดท้ายจึงแพ้ไปถึง 3 นัด ซึ่งหากได้ที่ 4 เท่ากัน

จำนวนประตูที่ตุนไว้มากกว่าจะทำให้ได้เป้าหมายถ้วยใบใหญ่ของยุโรปแล้ว ฤดูกาลถัดมา ครึ่งๆ กลางๆ จบเป็นที่ 8 เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่กับสภาพในตอนนี้ 14 เกม อันดับ 15 ไม่รู้ว่าจะจบลงตรงไหน ได้เลขตัวเดียวก็คงถือว่าดีมากแล้ว

 

จุดอ่อนอาร์เซน่อล คือ เกมรุกย่ำแย่

 

11 ประตูจาก 14 เกมของ อาร์เซน่อล ทำให้พวกเขายิงได้มากกว่า 3 ทีมใน พรีเมียร์ลีก เบิร์นลี่ย์, เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็น 3 ทีมท้ายตาราง

หนึ่งในสิ่งที่โดนวิจารณ์อย่างหนักว่าย่ำแย่และต้องเร่งแก้โดยเร็วที่สุดคือจำนวนประตูและการทำเกม อาร์เซน่อล เป็นทีมเดียวใน พรีเมียร์ลีก ณ ขณะนี้ที่ยังไม่สามารถยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษได้เลยแม้แต่ประตูเดียว ทีมอื่นทั้ง 19 ทีมยังพอมีติดกระเป๋าบ้างอย่างน้อย 1 ประตู แต่ลูกทีมของ อาร์เตต้า ไม่มี

ฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อล มีโอกาสยิงทั้งหมด 146 ครั้ง เป็นอันดับ 14 ในลีก เฉลี่ยแล้ว 10.4 ครั้งต่อเกม แต่การยิงตรงกรอบเฉลี่ยเพียง 3.3 ครั้งต่อเกม เป็นอันดับที่ 17 ในลีก เท่ากับว่าเฉลี่ยต่อเกม ทำได้ 0.9 ประตู ยังไม่เต็มหน่วยดี ทั้งที่เมื่อนำสถิติต่างๆ มารวมกัน พวกเขาควรมี 15-16 ประตู และยังยิงผิดข้าง

เพราะ 7 เกมที่ผ่านมา มีการทำเข้าประตูตัวเอง 3 ครั้งจาก บูกาโย ซาก้า, ร็อบ โฮลดิ้ง และ ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยัง ซึ่งหากเปลี่ยนเอาประตูที่ควรทำได้และประตูที่ทำเข้าฝ่ายตัวเองมารวมกัน พวกเขาอาจมีแต้มมากกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้

 

จุดอ่อนอาร์เซน่อล มาจาก นักเตะใหม่ไม่แจ้งเกิด

พาร์ทีย์, กาเบรียล และ วิลเลี่ยน ทั้ง 3 นักเตะใหม่จ่ายบอลสำคัญเฉลี่ยเพียงคนละ 5 ครั้งเท่านั้น พาร์ทีย์ มีอาการเจ็บรบกวน เพิ่งเป็นตัวจริงเพียง 4 เกม พรีเมียร์ลีก แต่ วิลเลี่ยน และ กาเบรียล ที่ลงสนามไปแล้วคนละ 12 เกม ทำอะไรอยู่

นักเตะเก่าบางรายของ เอเมรี่ ย้ายออกไป ได้นักเตะใหม่ในตำแหน่งที่ขาดเข้ามาแทน การทำธุรกิจของ อาร์เซน่อล ค่อนข้างเป็นที่พอใจของแฟนๆ โดยเฉพาะการคว้าตัว โทมัส พาร์ทีย์ ในวันปิดตลาด ดีลที่ทำให้ ดิเอโก้ ซิเอมโอเน่ หัวเสียกับผู้บริหาร แอตเลติโก้ มาดริด

เพราะยอมรับข้อเสนอโดยไม่หาใครมาแทน แต่ก็อย่างที่เห็นว่า แอต.มาดริด ไม่ได้เดือดร้อนและยังยึดตำแหน่งจ่าฝูง เป็นตัวเต็งแชมป์ ลา ลีกา ขณะที่อีก 2 ยักษ์ใหญ่กำลังอ่อนแอ

วิลเลี่ยนย้ายมาโดยไม่มีค่าตัว จุดเด่นของเขาคือการปั้นเกม เลี้ยงเดี่ยวริมเส้นได้อย่างยอดเยี่ยม ยิงไกลได้ ฟรีคิกแม่น จุดโทษก็แม่น และยังช่วยเกมรับอย่างขยันขันแข็ง ขณะที่ กาเบรียล มากาลเญส เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่ช่วยเกมรับได้ดี แค่ลั่นใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงในนัดเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 และยิงไป 2 ประตู

ผลงานโดยรวมถือว่าดีกว่า วิลเลี่ยน ที่ควรยิงประตูได้มากกว่านี้เมื่อเทียบกับฟอร์มสมัยอยู่ เชลซี โดย 12 นัดที่เป็นตัวจริง ยิง 1 จ่าย 1 เท่านั้น และแม้ได้ตัวมาฟรี แต่ค่าเหนื่อยของเขาแตะหลักแสนปอนด์ (4 ล้านบาท) ถือว่ามากสำหรับนักเตะอายุ 32 ปี

โทมัส พาร์ทีย์ เป็นกองกลางเจ้าของค่าตัว 45 ล้านปอนด์ (1,800 ล้านบาท) แต่สิ่งที่เขาตอบแทนมายังดูน้อยเกินไป รองกัปตันทีมชาติกาน่า เป็นกองกลางดุดัน เคยโดนใบแดงหลายครั้งในการลงสนามให้ แอตเลติโก้ มาดริด

แต่ฤดูกาลนี้เขายังหาจุดลงตัวไม่ได้ และโดนอาการบาดเจ็บรบกวน 2 ครั้ง ครั้งแรกต้นเดือนพฤศจิกายน พัก 4 สัปดาห์ และตอนนี้กำลังพักระลอก 2 ไม่รู้จะกลับมาลงสนามเมื่อไร


ตอนนี้ความเห็นของแฟนบอลแตกออกเป็นสองฝ่าย หนึ่งไล่ออก ให้โอกาสจนกว่าจะถึงปีใหม่ เพราะสถิติชัดเจนว่าแย่ และงานนี้ใหญ่เกินไปสำหรับกุนซือที่เพิ่งทำงานเต็มตัวเป็นครั้งแรก และสองเชื่อมั่นต่อไปแม้ไม่มีเหตุผลที่เป็นเหตุเป็นผลมารองรับนอกจาก อาร์เตต้า มีใจ เคยเป็นนักเตะเก่า ต้องศรัทธา ก็ไม่รู้ว่าจะต้องศรัทธาไปถึงเมื่อไร

อ่านข่าวบอล ล่าสุด อัปเดตใหม่ก่อนใคร ต้องเลือกอ่านที่ lmntartsmiami เท่านั้น