ลิเวอร์พลู 2020

5 เหตุผลที่ ลิเวอร์พลู 2020 ยังต้องปรับปรุง หากหวังลุ้นแชมป์

ลิเวอร์พลู 2020 … ระหว่างที่ลูกทีมโดนส่งตัวไปเตะเกมทีมชาติ เจอร์เก้น คล็อปป์ คงอยู่ระหว่างเตรียมแผน เตรียมตัว เตรียมใจ ที่จะพบเกมต่อไปซึ่งไม่ง่าย เพราะคู่แข่งอย่าง เอฟเวอร์ตัน มักจะมีพลังแฝง แม้ในยุคของกุนซือชาวเยอรมันไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อน แต่สถานะในตอนนี้ พวกเขาก็อาจหวั่นเกรงอยู่บ้าง

ลิเวอร์พูล ยังเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฐานะแชมป์เก่า แต่ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นขณะที่ทีมดังอื่นๆ พยายามไล่ตาม ก็ทำให้พวกเขาต้องแก้ไข

“หงส์แดง” มีทีมที่สมบูรณ์ นั่นคือสิ่งที่ใครๆ ก็พูดกันก่อนเริ่มต้นฤดูกาล แต่หลังจากผ่าน 4 เกม ลิเวอร์พูล พบความปราชัยครั้งแรกของซีซั่น 2020/21 แบบยับเยินต่อ แอสตัน วิลล่า ซึ่งทำให้พวกเขาต้องกลับไปถามตัวเองว่า ดีพอหรือยังกับการป้องกันแชมป์ และถ้ายังไม่ดี พวกเขาต้องแก้อะไรที่ไม่ใช่แก้ตัว

 

ความดุดันของ ฟาน ไดจ์

เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม พีเอฟเอ เป็นกองหลังชั้นยอด แต่ก็เป็นเจ้าของสถิติความผิดพลาดที่นำไปสู่การเสียประตูมากที่สุดใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา

ตั้งแต่ย้ายเข้ามา เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ ใช้เวลาปรับตัวในช่วงแรกไม่มากเกินไป และค่อยๆ พัฒนาจนกลายเป็นกองหลังที่ดีที่สุดในโลก ถึงกับเกือบคว้า บัลลง ดอร์ มาแล้วในปี 2019 เป็นรองเพียงแค่ ลิโอเนล เมสซี่ เท่านั้น และยังทำให้ ลิเวอร์พูล ได้ทั้งแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก และ พรีเมียร์ลีก แต่เมื่อฤดูกาลปัจจุบันเริ่มต้นขึ้นเขาก็ออกตัวไม่สวยนัก โดยเกมแรกกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เขาผิดพลาดเล็กน้อย และทำให้ แพทริค แบมฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงประตู

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาอยู่กับยอดทีมหรือเปล่า เขาจึงโดนทดสอบอยู่เรื่อย และมีสถิติระบุว่า อันที่จริงแล้วกัปตันทีมชาติฮอลแลนด์เป็นปราการหลังที่ผิดพลาดร้ายแรงจนนำไปสู่การเสียประตูมากที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2018/19 จนถึงเกมแรกของฤดูกาล 2020/21 เทียบเท่ากับ ดาวิด ลุยซ์ และสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมกับ แอสตัน วิลล่า คงทำให้ ฟาน ไดจ์ แซงนำไปแล้ว

 

โอกาสของ โกเมซ

โกเมซ ถือเป็น ขุมกำลังลิเวอร์พูล ตัวหลักที่ได้รับโอกาสมากกว่า มาติป ในฤดูกาล 2019/20 ลงสนามเป็นตัวจริงใน พรีเมียร์ลีก 22 เกม มาติป 8 เกม แต่ซีซั่นนี้เขาน่าจะได้พักเร็วหน่อย เผื่อว่าหัวจะเย็นลง ก่อนกลับมาประจำการ

ส่วนหนึ่งของความผิดพลาดอาจมาจาก อาเดรียน ที่จ่ายประตูให้กับ แจ็ค กรีลิช แต่อีกส่วนหนึ่่งก็เพราะ โจ โกเมซ ไม่สามารถเข้ามาบล็อคจังหวะของ ออลลี่ วัตกิ้นส์ เท่ากับว่าเขาพลาดโอกาสที่จะแสดงให้ผู้จัดการทีมเห็นว่าเขาควรได้โอกาสมากกว่านี้ และมากกว่า โจเอล มาติป

ไม่เพียงเท่านั้น โกเมซ ยังจ่ายบอลพลาดด้วยตัวเอง โดน รอสส์ บาร์คลี่ย์ ฉกไปประเดิมประตูแรกกับ วิลล่า ตั้งแต่เกมแรก และความผิดพลาดที่พาเครียดอาจทำให้ฤดูกาลนี้ของเขาไม่สวยงามอย่างที่คิด

 

ผู้รักษาประตูสำรอง

อาเดรียน วัย 33 ปี ลงสนามใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่แล้ว 9 นัด เก็บคลีนชีทได้ 2 เกมเท่านั้น

อลิสซอน คงเป็นคนที่ คล็อปป์ คิดถึงอย่างมาก แต่ก็ไม่สามารถเรียกมาใช้งานได้ด้วยอาการบาดเจ็บหัวไหล่จำเป็นต้องพัก 4-6 สัปดาห์ โชคยังพอมีที่ติดสัปดาห์ทีมชาติพอดี ไม่อย่างนั้นเราอาจได้ลุ้นมากกว่านี้ ทุกครั้งบอลเข้าเท้า อาเดรียน อย่างที่เห็นเขาจ่ายบอลให้ แจ็ค กรีลิช ซึ่งส่งต่อไปถึง ออลลี่ วัตกินส์

มือกาวชาวบราซิเลี่ยนเป็นหนึ่งในยอดฝีมือระดับโลกอย่างไม่ต้องสงสัย เขาไม่ด้อยไปกว่า มานูเอล นอยเออร์ หรือ แยน โอบลัค น่าจะดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ตอนนี้ หลังจาก ดาบิด เด เคอา ถดถอยลงไปมาก และเมื่อไม่อยู่ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีส่วนทำให้กองหลังทั้งสี่สูญเสียความมั่นใจ

ลิเวอร์พูล สามารถมือนายด่านสำรองที่ดีกว่านี้ได้ หากย้อนมองสถิติของ อาเดรียน คล็อปป์ น่าจะรู้อยู่แล้วว่า เขาผิดพลาดบ่อย แต่ก็ต้องทำใจใช้ เพราะ เคาอิมฮิน เคลเลเฮร์ อาจจะอ่อนประสบการณ์เกินไปและ มาร์เซโล่ ปิตาลูก้า เพิ่งอายุ 17 ปี ไม่พร้อมใช้งานตอนนี้ ถึงเวลาที่ควรพิจารณากำลังเสริม

 

หลังดันสูง ก็เสี่ยงสูง

วิลล่า ได้ครองบอลเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ในเกมที่เจอ ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิง 18 ครั้ง ตรงกรอบ 11 กลายเป็นประตูถึง 7

หมองูตายเพราะงู ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมด้านการเล่นเกมเร็ว แต่เมื่อโดนเกมเร็วบ้างพวกเขาก็ระส่ำเช่นกัน แต่เกมรุกของพวกเขาดีเกินกว่าจะต้านทาน พวกเขาจึงเก็บชัยชนะได้มากกว่า อย่างที่เห็นในนัดเปิดสนามกับ ลีดส์ ที่มีเสียงชื่นชมมากมายว่า ทีมของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า เล่นแบบนี้ไม่มีทางตกชั้น แค่วันนั้นแพ้ให้โชคชะตาและทีมที่มีประสบการณ์มากกว่า

แผงหลัง “หงส์แดง” เชี่ยวชาญกับการดันขึ้นสูง ฟูลแบ็คสองข้างเติมเกมดุดัน ด้วยความว่องไว ขยัน อดทน พวกเขาลงมาเล่นเกมรับด้วย แต่ไม่ใช่ว่าไม่เคยพลาด และ วัตกิ้นส์ กรีลิช รวมถึง เตรเซเก้ต์ สามารใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดนั้นได้อย่างครบถ้วนด้วยความช่วยเหลือของ รอสส์ บาร์คลี่ย์

จากแผนที่ใช้งานสำเร็จมาตลอด 2-3 ฤดูกาล เป็นไปได้ยากที่กุนซือชาวเยอรมันจะเปลี่ยนแปลงมันในเร็วๆ นี้ แค่ต้องระมัดระวังให้มากขึ้น และรักษาสมดุล เตรียมรับมือทีมอื่นๆ ที่จะมาโค่นล้มพวกเขาด้วยความเร็วที่มากพอๆ กัน

 

เร่งพัฒนา โชตา

ซีซั่นแรกที่ย้ายมา มาเน่ ลงสนามใน พรีเมียร์ลีก 26 เกม ยิงได้ 13 ประตู และจากนี้สถิติของ โชตา ก็คงโดนจับจ้องไปในทิศทางเดียวกัน

ต้องยอมรับว่าในบรรดาแนวรุก โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ โม ซาลาห์ ไม่มีความดุดันเท่ากับ ซาดิโอ มาเน่ ที่สามารถกดดันแนวรับคู่แข่งได้ แถมยังช่วยเกมรับได้มาก เพิ่มพลังให้กับ ลิเวอร์พูล ชุดนี้ แต่เกมกับ วิลล่า พวกเขาขาดอะไรบางอย่าง เมื่อส่ง ดิโอโก้ โชตา ลงสนาม ซึ่ง โชตา ก็มีข้อดีคนละอย่าง แต่ก็ยังขาดความเกรี้ยวกราด และความแม่นยำ

อย่างที่ทราบกันว่า โชตา คือความหวังที่จะมาช่วยเติมเต็มแนวรุก มีความสามารถหลากหลาย เข้ามาด้วยอายุที่ใกล้เคียงกับ มาเน่ ครั้งที่ย้ายจาก ซัลส์บวร์ก และใช้เวลาพอสมควรในการพัฒนา เห็นถึงศักยภาพที่จะกลายเป็นนักเตะที่ดีกว่านี้

ฤดูกาลยังยาวไกล บางที คล็อปป์ อาจพูดอย่างนั้น และต้องดูกันเกมต่อเกม ในใจเขารู้อยู่แล้วว่าในฐานะแชมป์เก่า ทุกนัดจะยากขึ้นเป็น 2 เท่า เพราะใครๆ ก็อยากได้ชื่อว่าล้มแชมป์ เช่นเดียวกับ เอฟเวอร์ตัน ที่นอกจากจะล้มแชมป์ยังได้ปราบคู่แข่งร่วมเมือง ขณะที่ทีมใหญ่ด้วยกันก็จะได้อยู่ในสายตา ในฐานะทีมกลุ่มที่มีความหวังเช่นกัน แต่กุนซือที่เฉียบแหลมจะรับมืออย่างไร แก้ไขหรือไม่ เป็นที่น่าติดตาม


และทั้งหมดนี้ก็คือแผนการ ลิเวอร์พลู 2020 ที่ต้องหาทางปรับปรุงแก้ไข ใครคิดเห็นอย่างไร ลองมาคอมเมนต์พูดคุยกันได้ครับ ติดตาม อ่านข่าวบอลพรีเมียร์ลีก และ ผลการแข่งขันลิเวอร์พลู  คลิกเลย