เชลซีซื้อตัว

เชลซีซื้อตัว แบบบ้าคลั่ง เพื่อเป้าหมายการเป็นที่ 1 อีกครั้ง

เชลซีซื้อตัว หนัก ทุบสถิติซื้อแข้งเสริมทัพเพิ่มในฤดูร้อนปี 2020 รวมแล้วมากกว่า 200 ล้านปอนด์ (8,000 ล้านบาท) และดูเหมือนจะยังไม่หยุดที่ตรงนี้ แต่ยังเดินหน้าคว้านักเตะเป็นรายที่ 7 และยังมีเวลาอีกพอสมควรกว่าตลาดซื้อขายจะปิดลง พวกเขาเตรียมขึ้นแท่นเป็นทีมที่ใช้เงินซื้อนักเตะมากที่สุดในฤดูร้อน แทนสถิติเดิมของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หากยังไม่หยุดช้อปปิ้ง

ไค ฮาแวร์ซ นักเตะรายล่าสุดที่คาดกันว่าจะมีค่าตัวสูง 90 ล้านปอนด์ (3,600 ล้านบาท) แต่จบลงที่ 71 ล้านปอนด์ (2,840 ล้านบาท) ต้องชื่นชมการเจรจาของผู้บริหาร มารีน่า กรานอฟสกาย่า ที่ไม่ปล่อยให้ราคาเฟ้อตามข่าวลือ

ขณะที่ทีมอื่นเฝ้ามองพร้อมกับตั้งคำถาม ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจเพราะโคโรน่าไวรัส บางทีมแทบไม่กล้าใช้เงิน สั่งเบรกโครงการทั้งหมด และตั้งเงื่อนไขว่าต้องขายก่อนซื้อ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านการเงินตามมาในภายภาคหน้า แม้ ยูฟ่า ประกาศแล้วว่าจะยืดหยุ่นกฎไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์ให้ แต่ก็มีแค่มหาเศรษฐีแห่งกรุงลอนดอนเท่านั้นที่โปรยเงินสะพัดอย่างบ้าคลั่ง แต่แท้ที่จริงแล้วพวกเขาบ้าหรือว่าฉลาด

 

โรมัน อับราโมวิช

1 พันล้านปอนด์ (40,000 ล้านบาท) ที่ อับราโมวิช ให้สโมสรกู้ไปคิดเป็น 1 ใน 10 ของทรัพย์สินตัวทั้งหมด

การเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลดูเหมือนจะเป็นความฝันของผู้มีอันจะกินล้นเหลือ เช่นเดียวกับ อับราโมวิช นับตั้งแต่เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรเขาใช้เงินไปมากมาย เป็นเจ้าของเงินกู้ก้อนโตที่เขียนสัญญาให้สโมสรหยิบยืมจนดอกเบี้ยงอกเงยขึ้นมากว่า 1.17 พันล้านปอนด์ (46,800 ล้านบาท) ที่ไม่รู้จะชดใช้หมดเมื่อไร แต่ขณะที่ทีมเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มูลค่าก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับได้ 1,986.65 ล้านปอนด์ (79,466 ล้านบาท) จากการเปิดเผยมูลค่าของ ฟอร์บส์ เอาเป็นว่าถ้าขายทีมได้ ก็สามารถใช้หนี้ได้

ย้อนกลับไปปี 2004 เพียงแค่ 15 เดือนแรกที่เข้ามา เชลซี ซื้อนักเตะ 19 รายในวงเงิน 290 ล้านปอนด์ (11,600 ล้านบาท) บวกกับค่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทุกปีแบบคร่าวๆ คิดเป็น 450 ล้านปอนด์ (18,000 ล้านบาท) ในปี 2020 หากบวกกับ 40 ล้านปอนด์ (1,600 ล้านบาท) ที่ซื้อตัว มาเตโอ โควาซิช มาเพราะออปชั่นเมื่อปี 2019 ก็เรียกว่ายังไปไม่ถึงขั้นนั้น แต่ก็ได้นักเตะมาจำนวนน้อยกว่ามาก และเป็นการทุ่มเทที่มาแรงกว่าใคร เงินที่ขาย เอแด็น อาซาร์ ให้ เรอัล มาดริด แต่ยังไม่ได้ใช้บวกกับงบประมาณที่ตั้งไว้แต่แรก ทำให้พวกเขากล้าๆ จ่าย

หากสามารถคว้าตัว เอดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูจาก แรนส์ มาได้ เชลซี จะใช้เงินซื้อนักเตะ 227 ล้านปอนด์ (9,080 ล้านบาท) ทุบสถิติที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำไว้ในซัมเมอร์ 2017

อย่างไรก็ดี การเป็นเจ้าของทีมไม่ได้หมายถึงซื้อนักเตะและคว้าแชมป์เท่านั้น แต่ เชลซี ยังมีโครงการสร้างสนามใหม่ใหญ่โตกว่าเดิม เพียงแค่ยังติดปัญหาทำให้มันไม่สามารถลุล่วง และอย่างที่ทราบกันว่า ค็อบแฮม สนามซ้อมสุดหรูของทีมเปิดใช้งานไปเมื่อ 2007 ดังนั้นใครที่ยังกลัวมาถึงตอนนี้ว่า “เสี่ยหมี” จะเสียเงินไปเปล่าๆ ก็ลองคิดดูว่า บ้าหรือว่าฉลาด?

 

แฟร้งค์ แลมพาร์ด

แลมพาร์ด พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาสมดุลในด้านแท็คติกและในด้านความเป็นคนธรรมดาของนักเตะ ถึงกับยอมรับว่าเอาเรื่องบางเรื่องไปปรึกษาภรรยาอย่างจริงจัง

อับราโมวิช มักจะไม่มีความอดทนกับผู้จัดการทีมคนไหนได้นานๆ 13 คนในเวลา 16 ปี (โชเซ่ มูรินโญ่ และ กุส ฮิดดิ้ง 2 ครั้ง ไม่นับ เรย์ วิลกิ้นส์ และ สตีฟ ฮอลแลนด์) การมาของ แลมพาร์ด จึงเป็นความเสี่ยงอย่างมาก ยิ่งในช่วงเวลาที่ไม่สามารถซื้อนักเตะใหม่ได้ แต่เนื่องจากยังไม่เคยปรากฏว่ามีตำนานนักเตะคนไหนย้อนกลับมาคุมทีมเลยสักรายในยุคของ “เสี่ยหมี” นี่จึงเป็นเรื่องใหม่ที่ออกจะน่าตื่นเต้น

แพ็ท เนวิน ตำนานที่ตอนนี้เป็นพิธีกรและนักวิเคราะห์ของ เชลซี ทีวี บอกว่า “แลมพาร์ด มีความกดดันน้อยกว่าใครๆ ในฐานะผู้จัดการทีมนยุคของ อับราโมวิช เชลซี พยายามสร้างทีมอย่างรวดเร็ว ซื้อนักเตะระดับโลก ประสบความสำเร็จ แต่ที่จริง อับราโมวิช ก็อยากมีอาณาจักรเป็นของตัวเอง นี่จึงเป็นโอกาสเหมาะ ความกดดันของ แลมพาร์ด มีไม่มาก แต่เขากดดันตัวเองสุดๆ และผู้จัดการทีมที่ดีอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ทำเช่นนั้น”

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ แลมพาร์ด ได้แค่มอง อาร์เซน่อล เถลิงแชมป์ เอฟเอ คัพ 2020 แต่การจบในฐานะรองแชมป์ถ้วยนี้และอันดับ 4 แฟนๆ ส่วนใหญ่ให้คะแนนสอบผ่าน

อย่างน้อยการจ่ายเงินซื้อนักเตะ 6 รายในราคาทั้งหมดนั้นก็พอจะตอบคำถามได้ว่าที่สุดแล้ว แลมพาร์ด ได้รับการสนับสนุนจากสโมสรจริงหรือแค่เข้ามาทำทีมแบบตามมีตามเกิด และนโยบายของทั้งสองฝ่ายไปได้ด้วยกันหรือไม่ ลงทุนกับแข้งอายุน้อย ซื้อนักเตะอายุน้อย สร้างอาณาจักร ทำทีมแบบระยะยาว และต้องคาดหวังความสำเร็จอย่างยืนยาว ลองคิดดูว่า บ้าหรือว่าฉลาด?

 

เมสัน เมาท์ – แทมมี่ อับราฮัม – คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย

เมาท์ อยู่กับ เชลซี มาตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ และเป็นนักเตะที่ แลมพาร์ด ยืมไปใช้งานกับ ดาร์บี้ ก่อนนำกลับมาสานต่อที่ เชลซี เป็นนักเตะที่ลงสนามใน พรีเมียร์ลีก มากที่สุดในซีซั่น 2019/20 ตอนนี้ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เรียบร้อยแล้ว

นักเตะที่เติบโตขึ้นมาจากอคาเดมี่เหล่านี้ได้รับโอกาสไม่น้อย ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ ก็เดินเข้ามาแล้วเป็นแข้งชุดใหญ่ได้เลย พวกเขาล้วนมีความดีครั้งหลัง ผ่านประสบการณ์หลายอย่างมาก่อน และพวกเขาเองน่าจะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองในฤดูกาลที่แล้ว ไม่ต้องรอให้ใครมาประเมิน หากเป็นมืออาชีพมากพอ และการถล่มซื้อขุนพลระดับโลกแทบทุกตำแหน่งนอกจากบอกความทะเยอทะยานของสโมสรยังเป็นการกระตุ้นพวกเขาเหล่านี้ให้ลุกขึ้นต่อสู้

แทมมี่ ยิงได้ 15 ประตูใน พรีเมียร์ลีก เป็นดาวซัลโวของทีมในซีซั่นที่แล้ว แต่การมาของนักเตะรายใหม่น่าจะทำให้เขาต้องเร่งตัวเองเพิ่มขึ้นอีก

แม้ แลมพาร์ด เคยลั่นวาจาว่า ถ้าเก่งมากพอก็แก่มากพอ เขาไม่มีเส้นกั้นระหว่างนักเตะอายุ 20 25 หรือ 30 แม้มีเสียงวิจารณ์มากมายว่า แทมมี่ ดูจะสบายๆ เพราะไม่มีกองหน้าคนไหนมาเทียบฝีเท้าในทีมที่ดูจะขาดแคลน แต่ตอนนี้เขาคงต้องแข่งกับ ติโม แวร์เนอร์ อย่างเข้มข้น

เมสัน เมาท์ เป็นอีกคนที่จะต้องชิงตำแหน่งกับ ไค ฮาแวร์ซ ถึงขนาดที่มีข่าวว่าการต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพราะเขาไม่กล่าวต้อนรับเพื่อนใหม่ทางทวิตเตอร์อย่างที่ทำกับ ติอาโก้ ซิลวา ทำให้คุณพ่อหัวเสียต้องรีบมาแก้ข่าว และถ้ามองให้ลึกทางแท็คติก พวกเขาสามารถเป็นคู่หูที่ดีต่อกันได้ ขณะที่ ฮัดสัน-โอดอย ถึงจะเป็นปีกขนานแท้ที่ห่างไกลการต่อสู้กับ ฮาคิม ไซเย็ค แต่ก็เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะโดนดร็อป และมีหลายครั้งในฤดูกาล 2019/20 ที่โดนดร็อปเพราะสมาธิกับข่าวอื้อฉาวนอกสนาม

ยังมีดาวรุ่งอีกหลายคนที่ได้รับโอกาสและรอคอยจะได้รับโอกาส หากการปั้นเด็กเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสีน้ำเงินที่ อับราโมวิช หวังจะให้เกิดขึ้น เด็กๆ และนักเตะทั้งหลายคงต้องลองคิดดูว่าการเลือกอยู่ที่นี่เป็นเรื่องบ้า หรือเป็นเรื่องของคนฉลาด


และทั้งหมดนี้ก็คือ ข่าวฟุตบอล ล่าสุด พรี เรื่อง เชลซีซื้อตัว ใครเป็นแฟนสิงห์บลู หรือคนที่ติดตาม ดูบอลพรีเมียร์ลีก มีความคิดเห็นอย่างไรก็สามารถมาคอมเมนต์บอกกันได้นะครับ ทางเข้า sbo

อ่านข่าว ผู้เล่นเชลซี หรือ จุดอ่อนเชลซี อื่นๆ คลิกเลย