จุดอ่อนเชลซี

จุดอ่อนเชลซี ที่ต้องรีบเร่งแก้ไข หากหวังลุ้นแชมป์ฤดูกาลหน้า

เอฟเอ คัพ 2019/20 จบลงพร้อมกับข้อโต้แย้งมากมาย ไม่นับการตัดสินของกรรมการที่ไม่แน่ชัดว่ามาตรฐานอยู่ที่ไหน ทั้งใบเหลือง และจังหวะบางจังหวะในกรอบเขตโทษ แต่ปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากนั้นก็มีอีกหลายประเด็นให้พูดถึง การแก้เกมของ มิเกล อาร์เตต้า ที่ทำได้ดี แม้เริ่มต้นไม่ดี โดน เชลซี ขึ้นนำไปก่อน แต่ก็กลับมาชนะได้ จุดอ่อนเชลซี คืออะไร วันนี้เราจะมาวิเคราะห์สิ่งที่พวกเขาควรจะปรับปรุงมาบอกต่าครับ

5 จุดอ่อนเชลซี ที่แฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องเร่งแก้ไข

ข้อดีของ แลมพาร์ด คือบารมีและชื่อเสียงที่สั่งสมมา แต่ข้อเสียก็คือเขายังมีประสบการณ์น้อยเมื่อเทียบกับกุนซือจำนวนมากใน พรีเมียร์ลีก และ เชลซี คือบททดสอบที่ยิ่งใหญ่

ขณะที่ เชลซี ก็มากมายด้วยโชคร้าย เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า บาดเจ็บ โดนเปลี่ยนตัวออกไปทั้งน้ำตา เช่นเดียวกับ คริสเตียน พูลิซิช ที่ไม่พอใจเพราะต้องการอยู่ในสนามให้นานที่สุด หรือตอบโต้อะไรกลับไป พอต้องเปลี่ยนตัวเพราะเหตุสุดวิสัยเช่นนั้น จุดอ่อนก็โผล่ออกมาเรื่อยๆ ระหว่างที่โดนแก้ทาง ก่อนจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ แน่นอนว่าปัญหาที่ถาโถมไม่ใช่สิ่งที่เราเพิ่งเห็นกันในไม่กี่วันก่อน แต่เป็นสิ่งที่สะสมมาตลอดฤดูกาล

แฟร้งค์ แลมพาร์ด เข้ามารับงานใหญ่ที่สุ่มเสี่ยงต่อชื่อเสียงในฐานะตำนานสโมสร เชลซี ต้องการต่อสู้เพื่อตำแหน่งที่ดีที่สุดในตารางคะแนน หลังจากปลดกุนซือระดับโลกคนโน้นทีคนนี้ที ยังไม่พอ ในความเอาแต่ใจของผ่ายบริหารกลับมีกฎเกณฑ์บีบรัดอย่างการห้อมซื้อนักเตะเสริมทัพ เพราะโดนลงโทษแบนจาก ฟีฟ่า งานนี้จึงใหญ่หลวงนัก ดังนั้นจะมีใครดีไปกว่าผู้ที่เคยสร้างบารมีเอาไว้อย่างล้นหลามในฐานะนักเตะ

แต่ก่อนจะไปกล่าวถึง จุดอ่อนเชลซี ข้อเด่นที่อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษสร้างเอาไว้ก็มีไม่น้อย ทั้งการผลักดันดาวรุ่งทั้งหลาย เมสัน เมาท์, แทมมี่ อับราฮัม, คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย และ รีซ เจมส์ ผสมผสานแข้งจากอคาเดมี่และนักเตะมากประสบการณ์ได้แบบเอาอยู่ ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องราวระหว่างทางที่ไม่ดีอยู่ และเขาก็รู้ว่าต้องเร่งแก้ไข

 

ไม่เข้มแข็ง ร่างกายไม่ฟิตพร้อม (Need more Consistent & Match Fitness)

ในบรรดานักเตะทั้งหมด อัซปิลิกวยต้า คือคนที่ลงสนามมากที่สด เป็นตัวจริงใน พรีเมียร์ลีก 36 เกม มากกว่าผู้รักษาประตู ไม่ใช่แค่เพราะตำแหน่งกัปตัน แต่เพราะไว้เนื้อเชื่อใจได้มากที่สุด

เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่า ทีมชุดนี้ไม่เข้มข้น ไม่แข้มแข็ง ในฤดูกาลที่เพิ่งจบไปทั้ง 38 เกม แม้อยู่อันดับ 4 แบบเสียวแวบเกือบจะร่วง แต่จำนวนเกมแพ้มากถึง 12 เกม มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในครึ่งบนของตารางยกเว้น เบิร์นลี่ย์ แพ้มากเกินไป และแพ้มากกว่าฤดูกาลที่แล้วของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ถึง 4 เกม

หากแหงนมอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในอันดับ 3 แฟนๆ อาจรู้สึกเสียดายที่ เชลซี เก็บชัยชนะได้มากกว่า ชนะ 20 เสมอ 6 แพ้ 12 ส่วนทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ชนะ 18 เสมอ 12 แพ้ 8 แพ้น้อยแต่ยื้อเสมอมากเกินไป ในคะแนนที่เท่ากัน เชลซี เป็นรองเพียงผลต่างประตูได้เสีย ซึ่งเราจะว่ากันในหัวข้อถัดๆ ไป

 

ลดการโรเตชั่นนักเตะ (Reduce Rotation Player)

รองจาก อัซปิลิกวยต้า ผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวจริงมากที่สุดคือ เมาท์ 32 เกม แต่ในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง ไม่มีใครปฏิเสธว่า พูลิซิช โดดเด่นมาก

ความคล้ายคลึงอย่างหนึ่งระหว่าง แลมพาร์ด และ โซลชา คือพวกเขาทั้งคู่เป็นจอมโรเตชั่น หมุนเวียนนักเตะเป็นว่าเล่น ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าการลงสนามทุกรายการทั้งในประเทศและในยุโรปทำให้พวกเขาต่างก็มีภาระที่ต้องไปให้ถึง แบกความกดดันจากประวัติศาสตร์ต่างๆ ในอดีต และดูเหมือนยังไม่รู้จักนักเตะดีพอ ไม่แน่ใจว่าใครคือ 11 ตัวจริงที่ดีที่สุด

แต่การหมุนเวียนอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ของ โซลชา จบลงเมื่อเปิดเบรกกะทันหันหลังวิกฤตโคโรน่าไวรัส แมนฯ ยูไนเต็ด มีพระเอกคนใหม่ บรูโน่ เฟอร์นันเดส เมื่อเจอแกนกลาง หาจุดปักหมุดได้ พวกเขากลับมาโดยไม่รู้จักคำว่าแพ้ ใน 9 เกมที่เหลือ แม้ผลเสียที่เห็นชัดเจนคืออาการเหนื่อยล้า เพราะต้องลงสนามทุก 3-4 วัน แต่ทุกคนก็ได้ปรับตัวเข้าหากันทีละนิด

เมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด มีทางออกแบบนั้น  ก็ไม่เป็นไรที่ แลมพาร์ด จะใช้แนวทางเดียวกันด้วยการสร้างทีมล้อมรอบ เมสัน เมาท์ หรือ คริสเตียน พูลิซิช 2 นักเตะที่โดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะแข้งชาวอเมริกัน ที่ เชลซี เดินเกมซื้อตัวมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 แล้วปล่อยให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยืมต่อจนจบฤดูกาลแบบสุดหัวใส เพราะเตรียมโดนแบนไว้แล้ว พวกเขาสักคนควรเป็นจุดศูนย์กลางของทีม ซึ่งหากมองจากตรงนี้ ประสบการณ์และทักษะทำให้ พูลิซิช โดดเด่นกว่า

 

ฝึกซ้อมการรับมือลูกตั้งเตะ (Focus more on Set Piece)

ขณะที่แชมป์อย่าง ลิเวอร์พูล เก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วนทั้งการทำประตูและไม่เสียประตูจากลูกตั้งเตะ แต่ เชลซี ไม่เป็นแบบนั้น

อย่าตกใจถ้าได้ยินว่า เชลซี เป็นทีมที่เสียประตูจากลูกเตะมุมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ใน พรีเมียร์ลีก เป็นรองเพียง นอริช ที่ตกชั้นไปแล้วเท่านั้น  ยังไม่พอ การทำประตูจากลูกนิ่งทั้งหมด 14 ประตูในฤดูกาลที่เพิ่งจบไป ยังน้อยที่สุดเป็นอันดับ 5 ใน พรีเมียร์ลีก ดีกว่า 4 ทีมและ 3 ใน 4 นั้นคือทีมที่จะพบกันใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ นั่นเอง

ตัวเลขไม่เคยโกหก มันบอกถึงการขาดการจัดการที่ดี การซักซ้อมที่ไม่มากพอทั้งการซ้อมตั้งรับและซ้อมทำประตู และอีกอย่างหนึ่งคือการขาดผู้นำ ไม่มีคนที่ไว้ใจได้ที่จะคอยเบียดแย่ง เก็บกิน หรือทำหน้าที่ในบริเวณต่างๆ เป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ แลมพาร์ด คงต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่อไม่ให้มันซ้ำรอยเดิม

 

ผู้รักษาประตูเสียประตูมากเกินไป (Goalkeeper)

นอกจากค่าตัวแพงที่สุดในโลก เคป้า ยังรับค่าเหนื่อยแพงเป็นอันดับต้นๆ ในทีม สัปดาห์ละ 190,000 ปอนด์ (7.6 ล้านบาท)

มีข่าวลือมากมายว่า เชลซี กำลังสนใจ แยน โอบลัค จาก แอตเลติโก้ มาดริด หรือ อังเดร โอนานา ของ อาแจ็กซ์ ไม่เว้น ดีน เฮนเดอร์สัน ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงไม่ปล่อยมาง่ายๆ เรียกได้ว่าชั่วโมงนี้ใครเข้าท่าก็ขอเอี่ยวไปทั้งหมด ด้วยความผิดหวังจากผลงาน เคป้า อาร์ริซาบาลาก้า ที่เป็นมือกาวแพงที่สุดในโลก แต่ผลงานสวนทางกัน เรียกได้ว่า วิลลี่ กาบาเยโร่ ยังทำได้ดีกว่า

สถิติทุกอย่าง ทั้งจำนวนประตูที่เสียไป เฉลี่ย 1.42 ประตู การเซฟ 1.67 ประตู และ คลีนชีท 0.24 เกม ทำให้นายด่านชาวสเปนด้อยกว่าทุกคนที่ได้เอ่ยชื่อไป ความหวังจะให้กลับมาเป็นเบอร์หนึ่งสำหรับ แลมพาร์ด จึงยากทีเดียว พวกเขาเสีย 54 ประตู มากที่สุดในทีมครึ่งบนของตาราง ซึ่งตัวเลขนี้ไม่เหมาะจะนำมาอวดอ้างเอาเลย และมันอาจเป็นสัญญาณบางอย่างว่า ผู้รักษาประตูสื่อสารกับกองหลังได้ไม่ดี

 

กองหลังที่ต้องเร่งปรับปรุง (Defender)

ฟิกาโย่ โทโมรี อีกหนึ่งปราการหลังที่ยังรอคอยโอกาสและได้ลงสนามถึง 15 เกมในฤดูกาลนี้ แต่หลังเบรกยาวเพราะโรคระบาดก็ไม่ได้รับโอกาสอย่างเคย

แนวรับที่ดีอยู่ที่ไหน นี่อาจกลายเป็นปัญหาโลกแตกแห่งยุคโมเดิร์นฟุตบอลที่เล่นเกมรุกอย่างบ้าคลั่งและการเป็นกองหน้าจะทำให้นักเตะคว้ารางวี่รางวัลส่วนตัวได้ง่าย ได้ชัดเจนกว่าการเป็นกองหลังที่เหนียวแน่น ทั้งที่ตำแหน่งนี้จำเป็นมากสำหรับทีมอย่าง เชลซี นับตั้งแต่ปลายยุค 90 พวกเขามักจะมีปราการหลังชั้นยอดแฝงตัวอยู่ไม่ขาด และพวกเขามักจะตั้งเกมจากแนวรับขึ้นมา ดังนั้นกองหลังที่ไว้ใจไม่ได้จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่

ที่ เวมบลีย์ เมื่อ อัซปิลิกวยต้า ออกจากสนาม คนที่เหลือก็เสียกระบวน ทั้งที่จริง เขาเคยเข้ามาในทีมนี้พร้อมกับสถานะแบ็คขวา แต่ก็เล่นได้ดีทั้งสองฝั่ง และมีเกมรับเหนียวแน่น ไว้ใจได้ วินัยเป็นเลิศ แค่เอาเสื้อออกนอกกางเกงยังไม่เคย! คำถามก็คือ คนที่เหลือทำอะไร อันโตนิโอ รูดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น และ เคิร์ท ซูม่า พวกเขามากับป้ายตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง แต่ไม่มีใครนิ่งพอ นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงแบ็คซ้ายที่ดูจะมีจุดอ่อนในเกมรับทั้ง มาร์กอส อลอนโซ่ และ เอแมร์สัน พัลมิเอรี่


ฤดูกาลจบลงแล้วสำหรับ เชลซี แม้มีโปรแกรม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ค้างเติ่งกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่นัดแรกโดนถล่มในบ้านไป 3-0 จนยากจะกลับมา ต้องออกไปเยือนเยอรมนีแบบเสียไม่ได้ เมื่อเกมนั้นจบลงอย่างแท้จริงพวกเขาจะได้พักผ่อนครู่หนึ่งเพื่อเตรียมตัวต้อนรับซีซั่นใหม่ แต่ปัญหาที่ต้องแก้ก็คงไม่จบลงง่ายๆ และไม่รู้ว่า แลมพาร์ด จะเดินหน้าแก้ไขได้เพียงไหน

และทั้งหมดนี้ก็คือ จุดอ่อนเชลซี ที่ผมสังเกตุและวิเคราะห์ออกมาได้ แฟนบอลสิงห์บลู หรือ คอบอล ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก มีความคิดเห็นอย่างไหรกับเรื่องนี้ก็สามารถมาคอมเมนต์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ

แนะนำข่าวเชลซีอื่นๆที่น่าสนใจ