แกรี่ เนวิลล์ เก็บ 1 แต้มให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อารมณ์เหมือนเพื่อนที่เป็นห่วงซึ่งกันและกัน
สำหรับ แกรี่ เนวิลล์ อดีตกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ที่ออกมาให้สัมภาษณ์กับ สกาย สปอร์ต สื่อชื่อดังของประเทศ

 หลังจบเกมที่ ปีศาจแดง ทำได้เพียงแค่เสมอ กับ เซาธ์แฮมตัน 1-1 ประตู

โอล่ กุนนาร์ โซลชา
กุนซือของทีมได้ออกมาบอกว่า ทีมกำลังเดินมาถูกทางแล้ว
เหลือเพียงการปรับแก้ในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

“ที่ผ่านมาสามเกมเราทำได้ดีกว่าคู่แข่งในเรื่องรูปแบบการเล่นในสนาม
ผมเชื่อว่าเรากำลังเดินมาในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ต้อง
ทำความคุ้นเคยกับการเล่นให้มากกว่านี้อีกหน่อย ”

ซึ่งมันก็ทำให้เกิดเสียงที่แตกออกเป็นสองฝั่งในหมู่แฟนผีแดงเอง
ทั้งในส่วนของคนที่สนับสนุน และ ไม่สนับสนุน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ฝ่ายสนับสนุน ก็ให้เหตุผลว่า โซลชา ควรได้รับเวลาในการทำงาน
มากกว่านี้ เพื่อจะวางรากฐานให้ทีม

ส่วนฝ่ายที่หมดความอดทนกับ โซลชา ก็บอกว่า
เขายังมือไม่ถึง ไม่มีบารมีมากพอจะคุมทีมใหญ่ได้
และอ่อนด้อยเรื่องการแก้เกม ที่ไม่ดีพอ

ซึ่ง แกรี่ เนวิลล์ ที่เคยเป็นนักเตะของทีม
และเป็นเพื่อนร่วมทีมกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
ออกโรงมาสนับสนุนเพื่อนของเขาเอง
และเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่า ทีมกำลังเดินมาถูกทางแล้ว

“ในทีมมีผู้เล่นอายุน้อยอยู่หลายคน ที่กำลังพัฒนาตัวเอง
และปรับปรุงตัวเองกันอยู่ มันเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา
ในความจริงแล้วผมว่าพวกเขาก็ทำได้ดีในระดับหนึ่งเลยนะ
เพียงแต่ขาดคุณสมบัติในการที่จะเป็นผู้ชนะไปหน่อย”

แกรี่ เนวิลล์ ก็อธิบายต่อเนื่องถึงความคิดของเขา ที่ให้การสนับสนุน โซลชา

“เหล่าแฟนบอลกำลังสับสนในทิศทางความเป็นไปที่เกิดขึ้นกับทีมในยุคนี้
เพราะยังคงอินกับยุคสมัยที่ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ยังคุมทีมอยู่
ซึ่งมันอดีตไปแล้ว ทุกอย่างมันผ่านไป 6-7 ปีแล้ว”

แกรี่ เนวิลล์ ได้ยกเอา เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน
ขึ้นมาเป็นเคสตัวอย่างประกอบการสัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วยว่า

“อย่าง เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ก็ยังต้องใช้เวลาเลย ในช่วงที่
เข้ามาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนแรก เขาต้องเข้ามา
ปฏิวัติทีม เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมบางอย่างที่ไม่ดีออกไป
และโละนักเตะหลายคนที่เขาไม่ต้องการ พร้อมกับเสริมผู้เล่น
ที่เข้ากับการทำทีม เข้ามา ซึ่งบอร์ดบริหารก็ให้เวลาเขาเต็มที่
ในการเริ่มต้นสร้างทีม”

จากสิ่งที่ แกรี่ เนวิลล์ พูดมา เขามองว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
กำลังทำงานโดยวางนโยบายในระยะยาว ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดบริหาร
อย่างเต็มที่ เช่นกันกับในยุคสมัยที่ เฟอร์กี้ เริ่มคุมทีม

“คุณลองมองไปที่เพื่อนบ้านสีฟ้าดูก็ได้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
ที่แม้จะมีทีมที่ดีอยู๋แล้ว ก็ยังต้องใช้เวลาหนึ่งปี กับการจับจ่าย
เลือกหานักฟุตบอลที่เขาต้องการ ในตลาดการค้านักฟุตบอล
สามรอบที่ตลาดเปิดทำการ หรืออย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์
กว่าจะปรับเปลี่ยนวิถีทางของสโมสรลิเวอร์พูล จนมาเป็นอย่างที่เห็นในวันนี้
เขาก็ต้องใช้เวลาสามสี่ปีเลยทีเดียว”

“อย่าแปลกใจเลยถ้าต่อจากนี้ไป แฟนบอลปีศาจแดง
จะต้องเจอกับผลการแข่งขันที่ไม่เป็นใจ เหมือนที่เสมอกับ เซาธ์แฮมตัน , วูล์ฟแฮมตัน
หรือแพ้ คริสตัล พาเลซ เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอนระหว่างทางของการสร้างทีม
เส้นทางมันยาวไกลมากสำหรับคนที่ต้องมาเริ่มตั้งต้นใหม่ แต่ความสำคัญคือ แนวทางการเล่น
ที่แสดงออกมา มันมีองค์ประกอบบางอย่างที่มันทำให้รู้สึกได้ว่ามาถูกทางแล้ว
แดเนี่ยล เจมส์ คือตัวอย่างที่ดีเลย ถ้าคุณจะมองหาว่าองค์ประกอบที่ถูกต้องเป็นแบบใหน”

ต่อมา แกรี่ เนวิลล์ ได้ยกเชลซี ที่คุมทีมโดย แฟร้งค์ แลมพาร์ด
ที่มีการทำทีมโดยใช้ผู้เล่นอายุน้อย คนหนุ่ม เป็นตัวขับเคลื่อนฟุตบอลในสนาม
เหมือนเช่นที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทำที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“เวลาคือสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคน ทั้ง แฟร้ง แลมพาร์ด
และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการ ต้องการ เพราะมันคือประเด็นสำคัญมากๆ
ที่หากจะทำทีมโดยผลักดันผู้เล่นอายุน้อยๆขึ้นมา
ซึ่งผมมองว่าพวกเขาทั้งคู่รู้ดีว่ากำลังสร้างอะไรอยู่ และพวกเขาจะทำมันได้ในแนวทางที่ถูกต้องแน่ๆ”

จากทั้งหมดที่อดีตกัปตันทีมปีศาจแดงกล่าวมา

มันก็น่าคิดตามเช่นกันนะครับ เพราะหากย้อนไปดู
ทุกๆการเริ่มต้นของทุกคน ทุกงาน ทุกสาขาอาชีพ
ก็ล้วนต้องใช้เวลาในการขัดเกลาตัวเองกันทั้งนั้น

แต่สำหรับวงการฟุตบอลในปัจจุบันนี้ มันก็ค่อนข้างจะแตกต่างหน่อย
เพราะฟุตบอลมันถูกผูกติดกับผลประโยชน์ที่เป็นเงินจำนวนมหาศาลมากๆ
จนกลายเป็นธุรกิจอย่างเต็มตัวไปแล้ว

และเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นธุรกิจ มันก็ย่อมต้องการผลตอบแทนที่ออกมาดี
อย่างฟุตบอล ก็ต้องประสบความสำเร็จ เป็นแชมป์ให้ได้
หากทำไม่ได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนล้มเหลว และคนล้มเหลวในสายงาน
จุดจบก็ต้องเป็นการต้องออกจากงานไปอย่างช่วยไม่ได้

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการสร้างทีมโดยยึดแกนหลักที่คนหนุ่มดาวรุ่ง
บอร์ดบริหาร ต้องการรายรับจากผลงานในสนาม
แฟนบอล ต้องการเห็นทีมเดินหน้าคว้าชัยชนะ

หัวใจสำคัญของทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคือ เวลา เท่านั้นครับ